2007/Mar/09

เมื่อคืนดูละครเรื่อง "รหัสริษยา" ที่พี่พอลกะนุ่นแสดง เพิ่งได้ดูเต็ม ๆ เป็นครั้งแรก เชยมั๊ยเนี่ย ?? คนอื่นเค้าดูกันเต็มบ้านเต็มเมือง แต่เราตัดใจจากละอองดาวไม่ได้จริง ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ดูตอนจบ =.=!! เป็นแบบนี้บ่อยมาก ๆ คือดูตั้งแต่ต้น..ติด แต่สุดท้าย ไม่ได้ดูตอนจบ T.T แต่บางเรื่องไม่เคยดูมาก่อนเลย แต่มาดู 2 ตอนสุดท้าย ล่าสุดก็เรื่องบัวปริ่มน้ำ ไม่เคยดูเลยซักครั้ง แต่มาดูตอนจบ บ้าป่ะล่ะ -.-!!

บ่นมาซะยาว... เข้าเรื่องเลยดีกว่า

เมื่อวานเป็นฉากที่พระเอกถามพ่อว่า "พ่อบอกผมได้มั๊ยครับว่าพ่อไม่ได้ทำผิดกฎหมายจริง ๆ ผมจะได้มั่นใจ" (ประมาณนี้แหละ จำไม่ค่อยได้) แต่พ่อพระเอกกลับเงียบซะงั้น

พระเอกก็มาปรับทุกข์กับคุณหมอซึ่งเป็นแฟนเก่า แล้วก็พูดขึ้นมาว่า "ความเงียบนี่แหละคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะว่าคุณพ่อไม่กล้าโกหก และก็ไม่กล้ายอมรับด้วยว่าตัวเองคอรัปชั่นจริง ๆ"

ประโยคนี้ทำให้ตัวเราเองนึกถึงอดีต.. หลายต่อหลายครั้งที่เราถามคำถามกับคนคนหนึ่ง แล้วเค้าก็เงียบไป แสดงว่าคำตอบของเค้าคือ "ใช่" ใช่มั๊ย เพราะเค้าไม่กล้าทำร้ายเรา แต่ก็ไม่กล้าโกหกตัวเองด้วย

แต่เมื่อก่อน การที่เค้าเงียบ บางครั้งเราก็มักจะคิดว่า เพราะเค้าขี้เกียจเถียงกับเราแล้ว เบื่อที่จะต้องตอบคำถามงี่เง่าแล้ว ก็เลยตัดปัญหาด้วยการไม่พูด ไม่ตอบคำถาม วันนี้เราเข้าใจแล้วว่า ที่เงียบมันหมายความอะไร...

T.T

2007/Mar/08

เมื่อวานนี้ (07/03/2007) ได้ไปเหยียบร้านหนังสือ Kinokuniya ที่สยามพารากอนเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ยินชื่อเสียงร่ำรือมานานแสนนานว่ามีหนังสือเยอะมาก ๆ และราคาถูกกว่าที่อื่นด้วย

หลังจากที่ได้ไปสัมผัสมา ขอการันตีค่ะว่าสมดังคำร่ำรือจริง ๆ หนังสือเยอะมาก ๆ แบ่งเป็นหมวด ๆ ตามภาษาทั้งภาษาไทยอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน...

แต่ขัดใจอยู่นิดนึงคือ รู้สึกว่า หนังสือแต่ละเล่มเนี่ย...มันหายากจริง ๆ และบางเล่มก็มีแค่เล่มเดียวแถมเก่าซะ... =.=!! มีคนบอกว่าสามารถสั่งหนังสือได้ แต่ยังไม่เคยลองเลย กะว่าคงได้ลองใช้บริการเร็ว ๆ นี้แน่ๆ

ถ้าพูดถึงพนักงาน.. ถ้าไม่ใช่ตรง counter คิดเงิน ก็ถือว่ามารยาทดีนะคะ อัธยาศัยใช้ได้ แต่ตรงที่คิดเงิน ดูเหมือนจะไม่เป็นมิตรซักเท่าไหร่ เราจ่ายผ่านบัตร พอยื่นบัตรให้ เค้าก้อแอบโยนบัตรเราไปให้อีกคน แต่ไม่ได้โยนแรงนะ แต่พวกหวาดระแวงอย่างเราก็ต้องกลัวบัตรจะตกหล่นหายไปบ้างเป็นธรรมดา >.<

และด้วยความเปิ่นของตัวเอง กำลังจะจ่ายเงิน แต่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ หรืออาจจะด้วยว่าไปครั้งแรก ก็เลยเดินไปจ่ายเงินที่ counter Information ซะเลย ขายหน้าจริง ๆ T.T

สรุปคือ..ไม่คิดอะไรมาก เพราะว่าไม่ค่อยยึดพนักงานเป็นหลักในเรื่องการเข้าร้านหนังสือค่ะ ยึดความหลากหลายและราคาเป็นสำคัญ

เมื่อวานได้ Harry Potter and the Half-Boold Prince ของ Bloomburry มาครอบครอง เพราะว่ากำลังลดราคาอยู่ ปกแข็งเหลือแค่ 3 ร้อยกว่า ๆ เอง ในขณะที่เล่มอื่นอยู่ที่เลข 8

ส่วนอีกเล่มคือเรื่อง Nursery Crimes เป็น series ชุด AMommy-Track Mystery ของ Ayelet Waldman เคยอ่านฉบับแปล แล้วติดใจ ก็เลยซื้อแบบดั้งเดิมมาลองฝึกภาษากันดู ไว้อ่านจบเมื่อไหร่จะมารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

เล่มหลังนี่ ปกเขียนราคาไว้ที่ 6.99 USD เทียบราคาไทยก็คิดเป็นเงิน 6.99 * 36 ประมาณ 252 บาท เราซื้อมาราคา 268 บาทเอง ถูกมาก ๆ แทบไม่คิดค่าขนส่งกันเลย... ปลื้มมาก ๆ ค่ะ ^.^

^o^

ป.ล. แอบอยากได้เพชรพระอุมาครบชุดจังเลยอ่ะ...T.T

2007/Mar/08



Purest of Pain

I'm sorry I didn't mean to call you
but I couldn't fight it
I guess I was weak and couldn't even hide it
and so I surrender just to hear your voice

I know how many times I said I'm gonna to live without you
and maybe someone else is standing there beside you
but there's something baby that you need to know
that deep inside me I feel like I'm dying
I have to see you it's all that I'm asking.

Vida, give me back my fantasies
the courage that I need to live
the air that I breathe

Carino Mio, my world becomes so empty
my day's are so cold and lonely
and each night I taste the purest of pain.

I wish I could tell you I'm feeling better every day
that it didn't hurt me when you walked away
but to tell you the truth I can't find my way
and deep inside me I feel like I'm dying
I have to see you it's all that I'm asking.

Vida, give me back...


ความเจ็บปวดอันแสนบริสุทธิ์

ฉันเสียใจ..ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโทรไปหาคุณ
แต่ฉันไม่สามารถบังคับตัวเองได้
ฉันอ่อนแอและไม่สามารถซ่อนมันไว้ได้
ดังนั้น..ฉันจึงต้องยอมจำนนเพื่อที่จะได้ยินเสียงของคุณ

ฉันรู้ว่าหลายต่อหลายครั้งที่ฉันพูดว่าฉันจะอยู่ได้โดยที่ไม่มีคุณ
และอาจจะมีใครบางคนที่ยืนเคียงข้างคุณ
แต่มีบางอย่างที่คุณจำเป็นต้องรู้
ซึ่งมันอยู่ในส่วนลึกของใจฉัน..ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย
ฉันต้องพบคุณ..นั่นคือทั้งหมดที่ฉันขอ

Vida... โปรดคืนความเพ้อฝันมาให้ฉัน
กำลังใจที่จะทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อ
อากาศที่ฉันหายใจ

Carino Mio... โลกของฉันจะกลายเป็นโลกที่ว่างเปล่า
ทุกวันของฉันเป็นวันที่เยือกเย็นและเดียวดาย
และทุกคืนที่ฉันได้ลิ้มรสความเจ็ดปวดอันแสนบริสุทธิ์

ฉันอยากให้...ตัวฉันสามารถบอกคุณได้ว่าฉันรู้สึกดีขึ้นทุกวัน
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้ทำร้ายฉัน เมื่อคุณเดินจากไป
แต่การบอกความจริงกับคุณทำให้ฉันไม่สามารถหาหนทางได้
และส่วนลึกภายในใจของฉัน..ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย
ฉันต้องการพบคุณ..นั่นคือทั้งหมดที่ฉันขอ

Vida...โปรดกลับมาหาฉัน...

คำแปลโดย jpanadda
เพลงนี้เป็นงานชิ้นแรกที่แปลค่ะ ผิดพลาดประการใดช่วยบอกกล่าว ตักเตือนกันด้วยนะค่ะ


?? ทำไมถึงหยิบเพลงนี้ขึ้นมาแปล
ฟังครั้งแรกก็สะดุดหัวใจทันทีเลยค่ะ มันโดนเข้าเต็ม ๆ เลย แบบว่าเพิ่งอกหักอ่ะนะ พยายามแสดงออกมาว่าเรายังอยู่ได้โดยที่ไม่มีเค้า แต่ลึก ๆ แล้ว เหมือนคนกำลังจะตายเลยค่ะ... เจ็บมาก ไม่เคยเจ็บแบบนี้มาก่อน ถ้าได้ฟังเพลงนี้ก่อนหน้านี้ซัก 1-2 เดือน คงนั่งร้องไห้ตาบวมเป่งแน่ ๆ แต่ตอนนี้ทำใจได้มากขึ้นแล้ว ชีวิตเราต้องเดินต่อไปค่ะ...